Espresso ที่ดีเป็นอย่างไร

การชงกาแฟเอสเพรสโซ่เป็นกาแฟพื้นฐานของกาแฟหลายๆชนิด ไม่ว่าจะเป็น ลาเต้ อเมริกาโน มอคค่า เป็นต้น โดยการทำ เอสเพรสโซ่ที่ดี ต้องอาศัยปัจจัยหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็น เมล็ดกาแฟ อุปกรณ์ต่างๆ ทั้งนี้เราจะมาพูดถึงว่า Espresso ที่ดีเป็นอย่างไร เราไปดูกันเลย !!

Espresso ที่ดีเป็นอย่างไร

การกดผงกาแฟ หรือเรียกว่า การแทมป์

Espresso ที่ดีเป็นอย่างไร

ตามทฤษฎี การกดผงกาแฟที่ดีที่สุดคือใช้แรง 16-20 kg หรือ 156.96-196.2 N โดยปกติแล้วการกดผงกาแฟจะทำได้ 2 แบบนั่นคือการใช้ tamper (ที่กดผงกาแฟ) และที่กดผงกาแฟแบบติดกับตัวเครื่องบดเมล็ดกาแฟ (คุมแรงได้ไม่ดี) ในปัจจุบันมี tamper spring ที่สามารถคุมแรงการกด tamper ได้ผ่านสปริง ซึ่งสปริงจะถูกเซ็ตค่าไว้เท่ากับค่าทางทฤษฎี เมื่อเราใช้แรงเกินสปริงจะยุบทำให้เราไม่สามารถใช้แรงเกินค่าทางทฤษฎีได้

เครื่องชงกาแฟ Espresso machine ควรมีแรงดันเท่าไหร่ ?

เครื่องชงกาแฟที่เหมาะสมกับการทำ espresso ควรมีแรงดันประมาณ 9 bars ถ้ามากกว่านี้กาแฟจะไหม้ เพราะเครื่องชงทั่วไปมีการต้มน้ำที่อุณหภูมิสูงอยู่แล้ว ตามหลักการของ thermodynamics เมื่อเพิ่มความดันให้กับน้ำน้ำก็จะอุณหภูมิสูงขึ้น ดังนั้นถ้าใช้แรงดันสูงจะทำให้น้ำที่ชงจะร้อนเกินไป อุณหภูมิของน้ำที่เหมาะสมคือ 90-93 องศาเซลเซส

ชงกาแฟ Esprsso ให้ได้ perfect shot

Espresso ที่ดีเป็นอย่างไร
  • perfect shot เป็นคำเรียกกาแฟที่ชงแล้วไม่มีการผิดพลาดระหว่างขั้นตอนต่างๆ การไหลของกาแฟ ปริมาณน้ำกาแฟ รวมถึงหลังสกัดออกมาแล้วได้สีที่สวยไม่มีการไหม้ของกาแฟ
  • ลักษณะของเอสเพรสโซ่ที่ได้ perfect shot เวลาชงกาแฟหลังจากกดปุ่มชงประมาณ 4-5 วินาที น้ำกาแฟจะเริ่มไหลออกมาในช่วงต้นเป็นของเหลวข้นเหมือนกับน้ำผึ้ง ต่อมาเมื่อมีอากาศแทรกเข้าไปจึงพองขึ้น ในช่วงแรกเป็นสีน้ำตาลเข้มและค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อน น้ำกาแฟที่ไหลจะไหลออกมาเป็นเส้นและจะต้องไหลออกมาตลอดไม่หยุดกลางคัน ถ้ากาแฟไหลๆหยุดๆ แสดงว่าใช้ไม่ได
  • รสชาติกาแฟที่เป็น perfect shot จะต้องมี 3 อย่าง คือ 1. กลิ่นหอม 2. รสขม แและ 3. รสหวาน ถ้ามีรสชาติไม่ครบแปลว่ายังชงกาแฟได้ไม่ดี

วิธีตั้งค่าเครื่องให้ได้ perfect shot

Espresso ที่ดีเป็นอย่างไร
  • วิธีง่ายๆคือการดูจากเวลาในการชงและปริมาณน้ำกาแฟที่ไหลออกมา
  • เวลาในการชงควรอยู่ในช่วงเวลา 20-30 วินาที ซึ่งเป็นเวลาที่ดีที่สุดทำให้ได้กาแฟไม่ไหม้และสกัดน้ำกาแฟออกมาได้คุ้มค่า

ขั้นตอนทดสอบง่ายๆ คือ

  1. ปรับความละเอียดระดับน้ำตาลทรายหรือเกลือ ปริมาณกาแฟ 1 shot ใช้เมล็ดกาแฟ 7 กรัม / ปริมาณกาแฟ 2 shot ใช้ 15-20 กรัม
  2. กดผงกาแฟให้เรียบเสมอกัน
  3. น้ำแก้วตวงที่มีขีด 30-60 cc หรือ mL หรือ oz มาใช้
  4. กดปุ่มเครื่องและกดเครื่องจับเวลาพร้อมกัน
  5. เมื่อได้ปริมาณกาแฟที่ต้องการให้กดหยุดเครื่องและเครื่องจับเวลาพร้อมกัน
  6. ถ้าเวลาของเครื่องจับเวลาอยู่ในช่วง 20-30 วินาที แปลว่าใช้ได้
  7. ถ้าได้น้ำกาแฟ 30 ml หรือ 60 ml แล้วจับเวลาได้ต่ำกว่า 20 วินาที แปลว่ากดผงกาแฟเบาไปหรือบดเมล็ดกาแฟด้วยความละเอียดหยาบเกินไป
  8. ถ้าได้น้ำกาแฟ 30 ml หรือ 60 ml แล้วจับเวลาได้เกิน 30 วินาที แปลว่ากดผงกาแฟเเน่นเกินไปหรือบดเมล็ดกาแฟด้วยความละเอียดมากไป
รู้หรือไม่ จากน้ำนมเย็นๆ กลายเป็นฟองนม เนื้อครีม เข้มข้น ได้อย่างไร?

รู้หรือไม่ จากน้ำนมเย็นๆกลายเป็นฟองนม เนื้อครีม เข้มข้น ได้อย่างไร?

รู้หรือไม่ จากน้ำนมเย็นๆ กลายเป็นฟองนม เนื้อครีม เข้มข้ … รู้หรือไม่ จากน้ำนมเย็นๆกลายเป็นฟอง...

Read More
สารเคมีที่พบในเมล็ดกาแฟ กับความเกี่ยวข้องในด้านการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์

สารเคมีที่พบในเมล็ดกาแฟ กับความเกี่ยวข้องในด้านการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์

สารเคมีที่พบในเมล็ดกาแฟ กับความเกี่ยวข้องในด้านการเปลี่ … สารเคมีที่พบในเมล็ดกาแฟ กับความเกี่...

Read More