6 เคล็ดลับการชงกาแฟให้หอมน่ารับประทาน

สำหรับใครที่ชอบชงกาแฟทานเอง คงจะเคยเจอปัญหาชงแล้วไม่หอม ไม่อร่อย รสชาติยังไม่ได้ กันอย่างแน่นอน ซึ่งสาเหตุเหล่านี้มีปัจจัยหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบ เครื่องชง หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์ต่างๆ วันนี้เราจึงนำ 6 เคล็ดลับการชงกาแฟให้หอมน่ารับประทาน มาให้ทุกท่าน ได้ลองศึกษา และฝึกทำกัน

6 เคล็ดลับการชงกาแฟให้หอมน่ารับประทาน

1. การเลือกใช้เมล็ดกาแฟที่มีคุณภาพ

ควรจะเลือกซื้อเมล็ดกาแฟสด แทนเมล็ดกาแฟสำเร็จรูป เนื่องจากเมล็ดกาแฟมีอายุการเก็บรักาา 21 วัน นับจากวันที่คั่ว ถ้าเกินนอกจากนั้นจะทำให้เมล็ดกาแฟมีประสิทธิภาพลดลง ซึ่งกาแฟสดเป็นกาแฟที่เพิ่งคั่วเสร็จใหม่ๆ จะให้กลิ่นที่หอม และรสชาติที่ดีกว่า

2. การเก็บรักาาเมล็ดกาแฟ

การเก็บเมล็ดกาแฟอย่างเหมาะสม จะช่วยรักษาความสดใหม่ให้คงอยู่ได้ยาวนาน ควรนำเมล็ดกาแฟออกจากถุงบรรจุเดิม แล้วย้ายไปใส่ในภาชนะทึบแสงที่อากาศเข้าได้น้อย จะช่วยรักษาคุณภาพของกาแฟให้ยาวนานขึ้น การเก็บไว้ในขวดแก้วที่โปร่งแสง อาจทำให้กาแฟแก้วโปรดของคุณมีรสชาติที่ผิดแปลกไป ควรหลีกเลี่ยงการเก็บเมล็ดกาแฟไว้ในตู้เย็นหรือในช่องแช่แข็ง แต่ควรเก็บไว้ในอุณหภูมิห้อง เพราะการแช่แข็งจะทำให้น้ำมันหอมระเหยในกาแฟเสื่อมสภาพได้ ซึ่งจะส่งผลต่อความเข้มข้นของกลิ่นกาแฟ นอกจากนี้ความชื้นในอากาศจะทำให้เมล็ดกาแฟเก่าได้เร็วขึ้นและมีอายุการเก็บรักษาน้อยลง

3. ไม่ควรใช้ฟิลเตอร์ราคาถูก

แผ่นกระดาษกรองหรือฟิลเตอร์ที่มีราคาไม่สูงนัก อาจทำลายรสชาติและกลิ่นของกาแฟได้ คุณอาจเลือกใช้ฟิลเตอร์ที่ระบุว่า oxygen bleached หรือ dioxin free เพื่อคงคุณภาพของกาแฟ

4. อุณหภูมิที่แม่นยำ

น้ำบริสุทธิ์ที่สะอาดเป็นน้ำที่เหมาะสมสำหรับการชงกาแฟที่สุด ความร้อนของน้ำควรจะอยู่ในช่วง 90.5 ถึง 96 องศาเซลเซียส ซึ่งจะเหมาะสมสำหรับการสกัดน้ำมันหอมระเหยและน้ำตาลคาราเมลจากเมล็ดกาแฟ

5. การบดเมล็ดกาแฟ

กรรมวิธีและระดับของความละเอียดในการบดเมล็ดกาแฟ ควรเลือกตามชนิดของกาแฟที่ต้องการดื่ม ผงกาแฟที่หยาบจะเหมาะกับการชงกาแฟแบบเฟรนช์เพรส แต่ในกรณีของเครื่องชงกาแฟแบบดริป คุณอาจต้องบดเมล็ดกาแฟให้ละเอียดมากขึ้น เมื่อนำนิ้วไปขยี้กับผงกาแฟที่บดแล้ว คุณควรรู้สึกเหมือนกำลังใช้มือขยี้แผ่นขนมปังกรอบ แต่ถ้าเป็นการชงกาแฟเอสเปรซโซ่ ผงกาแฟควรมีความละเอียดอยู่ระหว่างน้ำตาลทรายกับผงน้ำตาลไอซิ่ง นอกจากนี้ควรเลือกใช้เครื่องบดแบบ burr grinder เนื่องจากจะเกิดแรงเสียดทานต่ำกว่าเครื่องบดทั่ว ๆ ไป จึงช่วยลดปัญหาผงกาแฟไหม้เกรียมในขณะบดได้

6. ทำความสะอาดอุปกรณ์อยู่เสมอ

ภาชนะทุกชิ้นรวมถึงเครื่องบดเมล็ดกาแฟควรทำความสะอาดทุก 2-3 สัปดาห์ การทำความสะอาดจะช่วยล้างสิ่งสกปรกที่สะสม โดยเฉพาะคราบไขมันที่ติดอยู่ สำหรับเครื่องชงกาแฟ อาจทำความสะอาดอย่างน้อยเดือนละครั้ง โดยใช้ส่วนผสมของน้ำกับน้ำส้มสายชู หรือน้ำยาทำความสะอาดชนิดพิเศษ เพื่อช่วยล้างตะกรันของแร่ธาตุต่าง ๆ ที่ตกค้างอยู่ในเครื่อง

กาแฟอินทรีย์คืออะไร ?

กาแฟอินทรีย์คืออะไร ?

กาแฟอินทรีย์คืออะไร ? เกษตรอินทรีย์หรือที่เราเรียกว่าออ … กาแฟอินทรีย์คืออะไร ? Read More &ra...

Read More
กาแฟดีแคฟคืออะไร

กาแฟดีแคฟคืออะไร

กาแฟดีแคฟคืออะไร หลายๆ ท่านที่ชอบดื่มกาแฟ หรือเป็นคอกาแ … กาแฟดีแคฟคืออะไร Read More »

Read More
ประเภทจานบดกาแฟ

ประเภทจานบดกาแฟ

ประเภทจานบดกาแฟ การที่เราจะให้กาแฟออกมาเป็นผงพร้อมชงได้ … ประเภทจานบดกาแฟ Read More »

Read More