6 วิธีเลือกซื้อเครื่องบดเมล็ดกาแฟมือหมุน

เครื่องบดเมล็ดกาแฟมือหมุน ตัวช่วยในการบดเมล็ดกาแฟที่มีราคาถูก หาซื้อง่าย ใช้งานสะดวกมากไม่ซับซ้อน แถมยังช่วยชูรสชาติเข้มข้นของเมนูกาแฟทุกแก้ว เครื่องบดเมล็ดกาแฟแบบมือหมุน จึงถือว่าเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ร้านกาแฟเลือกใช้ และเหมาะมากสำหรับใครที่อยากเปิดร้านกาแฟที่เล็ก ๆ แบบสโลว์บาร์ เพราะมีต้นทุนที่ไม่สูง วันนี้เราได้นำ 6 วิธีเลือกซื้อเครื่องบดเมล็ดกาแฟมือหมุน มาให้ทุกท่านแล้ว ไปดูกันเลย

6 วิธีเลือกซื้อเครื่องบดเมล็ดกาแฟมือหมุน

เครื่องบดกาแฟมือหมุน (Hand Coffee Grinder หรือ Manual Coffee Grinder) เป็นเครื่องบดกาแฟที่ให้กากกาแฟขนาดเท่ากัน ตัวเครื่องมีขนาดเล็ก ไม่เปลืองพื้นที่จัดเก็บ แถมใช้งานง่าย สะดวกต่อการใช้งาน และเหมาะสำหรับนำไปใช้แบบ French Press ไปจนถึง Espresso แถมยังมีความแข็งแรงทนทานกว่าเครื่องบดแบบไฟฟ้านั่นเอง

ประเภทของเครื่องบดกาแฟมือหมุน

  1. เครื่องบดกาแฟแบบใบมีด เครื่องบดที่มีชุดบดทำมาจากใบมีด 2 ใบ ที่ช่วยในการบดเมล็ดกาแฟให้มีขนาดเล็ก ละเอียด และใช้งานได้ง่ายมากด้วยเพียงปุ่มเดียว ทำให้สะดวกต่อการใช้บดเมล็ดกาแฟมาก ๆ แต่จะได้กากกาแฟที่ไม่ละเอียดสม่ำเสมอ อาจจะมีทั้งผงละเอียด กากกาแฟแบบหยาบ  ทั้งนี้เมื่อใบมีดมีความร้อนจากการหมุนที่รวดเร็ว อาจจะส่งผลทำให้รสชาติของกาแฟผิดเพี้ยนไปได้ เช่น กลิ่นหอมลดลง ไม่มีความเข้มข้น ติดกลิ่นไหม้ปนมา แต่มีราคาที่ถูกจับต้องได้ 
  2. เครื่องบดกาแฟแบบเฟืองบด จะมีลักษณะเป็นเฟืองบด 2 ชั้นประกบกันพอดี ซึ่งจะช่วยบดเมล็ดกาแฟให้มีขนาดเล็กสม่ำเสมอ มีความละเอียดเท่ากัน โดยฟันบดจะนิยมใช้วัสดุอย่างเซรามิกหรือสแตนเลสคุณภาพ ทำให้มีความแข็งแรงทนทาน จึงทำให้มีอายุการใช้งานได้ยาวนาน แถมให้ความร้อนระหว่างการบดน้อยกว่าใบมีด ที่สำคัญคือจะช่วยคงรสชาติของกาแฟให้หอม เข้มข้นมาก ๆ 
  3. เครื่องบดกาแฟแบบเฟืองบดแบบกรวย จะมีลักษณะการทพงานคล้ายกับเฟืองบด 2 ชั้น จะช่วยบดเมล็ดกาแฟให้ออกมามีความสม่ำเสมอ แต่ไม่ได้ละเอียดมากจนเกินไป เมื่อนำมาชงจึงได้รสชาติของกาแฟที่กลมกล่อม ให้ความเปรี้ยวที่น้อย 
6 วิธีเลือกซื้อเครื่องบดเมล็ดกาแฟมือหมุน

6 วิธีการเลือกใช้ เครื่องบดเมล็ดกาแฟมือหมุน

1. วัสดุที่ใช้ในการผลิต

ประเภทวัสดุที่ใช้ในการผลิตอุปกรณ์ต่าง ๆ นับว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม โดยแต่ละประเภทจะมีจุดเด่น จุดด้อยที่ต่างกันออกไป แต่โดยส่วนใหญ่แล้วอุปกรณ์ต่าง ๆ จะนิยมใช้วัสดุหลักอยู่ 3 ประเภท ซึ่งสามารถเลือกซื้อเลือกใช้ได้ตามความต้องการ ตามการใช้งานของคุณ 

1.สแตนเลส ที่มีความแข็งแรงทนทาน ไม่เป็นสนิมง่าย แต่มีน้ำหนักที่มากกว่าวัสดุประเภทอื่น ๆ  
2.เซรามิก วัสดุที่ให้ความสวยงาม หรูหรา น่าใช้งาน แต่จะแตกหักง่ายมาก
3.พลาสติก เป็นวัสดุที่มีความทนทาน แต่มีอายุการใช้งานที่น้อยกว่าสแตนเลส เซรามิก

2. ขนาดของตัวโถ ตัวเครื่อง

โดยทั่วไปแล้วเครื่องบดมือหมุน จะมีขนาดความจุของโถเมล็ดกาแฟอยู่ที่ประมาณ 20-30 กรัม ถือว่าเป้นปริมาณที่เพียงพอต่อการชงหนึ่งแก้ว แต่สำหรับใครที่มีลูกค้าเข้าร้านเยอะมากต่อวัน ก็สามารถเลือกใช้ขนาดโถที่มีความจุเพิ่มขึ้น 30-40 กรัม

3. ใบพัด

การเลือกใบพัดของเครื่องบดก็ถือว่าสำคัญ เพราะใบพัดแต่ละชนิดจะบดเมล็ดกาแฟออกมาต่างกัน และเหมาะที่จะนำไปชงกาแฟต่างประเภทกัน เพราะใบมีดแบบพัด จะให้บดเมล็ดกาแฟออกมาที่ได้ผงไม่สม่ำเสมอ ซึ่งเหมาะกับการชงแบบ French Press แบบเฟืองบด 2 ชั้น จะช่วยให้ได้ผงกาแฟที่ละเอียดยิ่งขึ้น และได้รสชาติกาแฟที่เข้มข้น ส่วนเฟืองบดแบบกรวย ก็จะได้ผงกาแฟที่สม่ำเสมอเช่นกัน แต่ไม่ละเอียดมาก แต่จะปรับระดับได้ยาก เหมาะสำหรับผู้ที่ชำนาญ ดังนั้นหากจะเลือกซื้อก็ควรเลือกให้ตรงกับการใช้งานของคุณด้วย

4. ทำความสะอาดง่าย

แน่นอนว่าการใช้งานเครื่องบดอยู่บ่อยครั้ง อยู่ทุกวัน การล้างทำความสะอาดจึงเป็นสิ่งที่ควรต้องทำ การเลือกเครื่องบดที่เช็ด ถอดล้างทำความสะอาดได้ง่าย จึงสะดวกต่อการใช้งานในครั้งถัดไป

5. บริการหลังการขาย

เครื่องหยุดทำงาน อะไหล่ชำรุด ถือเป็นปัญหาระหว่างการใช้งานที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ดังนั้นอีกหนึ่งปัจจัยในการเลือกซื้อก็คือการบริการหลังการขาย ว่าทางร้านมีการรับซ่อม มีอะไหล่ให้เปลี่ยนหรือไม่ โดยเฉพาะใครที่เลือกซื้อเครื่องที่มีราคาแพง ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด

6. ราคา

เครื่องบดเมล็ดกาแฟมีให้เลือกใช้กันหลายยี่ห้อ หลายรุ่น รวมถึงสัญชาติในการผลิตมากมาย ฉะนั้นจึงมีหลายราคาต่างกันออกไปแม้จะเป็นยี่ห้อเดียวกัน เริ่มต้นตั้งแต่หลัพร้อยไปจนถึงหลักพัน และบางรุ่นอาจจะมีราคาถึงหลักหมื่นเลยทีเดียว ทั้งนี้ในเครื่องที่มีราคาสูงก็จะมีฟังก์ชั่นการทำงาน การรับประกันต่าง ๆ ดีไซน์ ที่เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย การเลือกซื้อเครื่องบดกาแฟจึงควรเลือกซื้อตามการใช้งาน และในราคาที่เหมาะสม