ผู้ป่วย และยาที่ไม่ควรใช้หรือดื่มกาแฟ

โรคที่ไม่ควรดื่มกาแฟ เรารู้กันดีว่ากาแฟมีคาเฟอีน ที่ออกฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาท ส่วนกลางทำให้รู้สึกสดชื่น คาเฟอีนยังกระตุ้นการหลั่งอะดรีนาลีน ทำให้หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติเพื่อให้เลือดสูบฉีดเร็วขึ้น แต่ก็มีผลเสียต่อผู้ป่วยที่ได้รับยา หรือเป็นโรคต่างๆ ที่ไม่ควรดื่มอย่างยิ่ง

We all know that coffee contains caffeine. to stimulate the nervous system The central part makes you feel refreshed. Caffeine also stimulates the secretion of adrenaline. This causes the heart to beat faster than normal, causing the blood to pump faster. But it has a negative effect on patients receiving drugs or diseases that should not be drunk.

ดื่มกาแฟก่อนหรือหลังรับประทานยา

การดื่มกาแฟหลังจากรับประทานยาเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ เมื่อคุณทานยาประเภทขยายหลอดลม กลุ่มยาแก้หวัด เพราะยาจะทำให้หลอดลมขยายมีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของหัวใจ เช่นเดียวกันกับกาแฟ ที่มีคาเฟอีนที่ออกฤทธิ์ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น เมื่อดื่มกาแฟหลังกินยา หรือดื่มกาแฟก่อนกินยา จะทำให้เกิดอาการใจสั่น ภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ

ยาที่ควรระมัดระวังเมื่อใช้ร่วมกับกาแฟ

Adenosine

Adenosine ยาอะดีโนซีน

อะดีโนซีน ยารักษาโรคหัวใจ ใช้ในการตรวจการทำงานของหัวใจและวินิจฉัยภาวะหัวใจเต้นเร็วที่เกิดในหัวใจห้องบน สำหรับรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดปกติบางชนิด ระหว่างที่ใช้ยาควรหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟ หรือคาเฟอีนและช็อกโกแลต

Alendronate

Alendronate อะเลนโดรเนท

อะเลนโดรเนท ยาในกลุ่มบิสฟอสโฟเนต ยาที่เกี่ยวกับการรักษากระเพาะอาหารและทางเดินอาหาร หรือมีภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ เมื่อรับประทานยาไปแล้วควรรอมากกว่า 2 ชั่วโมง หากรับประทานยาไม่ครบ 2 ชั่วโมงห้ามดื่มหรือรับประทานอาหารบางชนิดเช่น กาแฟ โชดา ชา น้ำแร่ เพราะทำให้ร่างกายดูดซึมยาได้น้อยลง และเมื่อดื่มกาแฟเข้าไปจะทำให้เป็นแผลในกระเพาะอาหารได้

Verapamil

Verapamil เวอราปามิล

เวอราปามิล ยาแคลเซียมแชนแนลบล็อกเกอร์ ยารักษาความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นผิดจังหวะ และอาการเจ็บหน้าอก เป็นยาที่ลดแคลเซียม ช่วยคลายกล้ามเนื้อหัวใจ และหลอดเลือด ยารักษาภาวะโลหิตสูง เพื่อควบคุมไม่ให้โลหิตสูง แต่ต่างจากกาแฟที่มีคาเฟอีนที่จะทำให้โลหิตสูง กระตุ้นให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น เมื่อทานยาเข้าไปยาจะไม่มีผลทันที

Lithium (ลิเทียม)

ลิเทียม คือ ยารักษาโรคจิตหรือยาต้านเศร้า บรรเทาอาการเกิดโรคไบโพลาร์ของอาการจากโรคอารมณ์สองขั้ว ภาวะอารมณ์ดีตื่นตัวผิดปกติ ถ้าเข้าใจกันปกติก็คือต้องให้ยาระงับประสาท แต่ตรงข้ามกับกาแฟที่มีคาเฟอีนอยู่ คาเฟอีนจะกระตุ้นประสาท จึงทำให้คนที่เป็นโรคนี้ควรหลีกเลี่ยงกาดื่มกาแฟ

Ephedrine

Ephedrine เอฟีดรีน

เอฟีดรีน ออกฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง และกระตุ้นหัวใจ จะทำให้เกิดความดันสูง เช่นเดียวกับคาเฟอีนในกาแฟที่ออกฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทและหัวใจ เมื่อดื่มกาแฟระหว่างรับประทานยาตัวนี้อยู่จะทำให้ร่างกายทำงานผิดปกติ สั่น นอนไม่หลับ ความจำเสื่อม หัวใจวาย อาจถึงแก่ชีวิตได้

5 โรคที่ไม่ควรดื่มกาแฟ

กลุ่มโรคหัวใจ

โรคที่ไม่ควรดื่มกาแฟ คือโรคหัวใจ เป็นที่ทำให้หัวใจทำงานผิดปกติ การสูบฉีดเลือดหรือการเต้นของหัวใจไม่เป็นจังหวะ อาจเป็นมาโดยกำเนิด หรือพฤติกรรมของการรับประทานอาหาร และถ้าเมื่อผู้ป่วยโรคหัวใจดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีนจะทำให้หัวใจเต้นเร็วเลือดสูบฉีดสูงขึ้น อาจเกิดให้หัวใจทำงานล้มเหลว อันตรายถึงชีวิตได้เลย โรคหัวใจเกิดได้หลายอาการ โดยอาการแต่ละอย่างแต่ต่างกันออกไป ประกอบไปด้วย

โรคหัวใจ
  • โรคหลอดเลือดหัวใจ
  • โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • โรคกล้ามเนื้อหัวใจ
  • โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด
  • โรคลิ้นหัวใจ
  • โรคติดเชื้อบริเวณหัวใจ
โรคต้อหิน

โรคต้อหิน

โรคที่ไม่ควรดื่มกาแฟ คือโรคต้อหิน เกิดจากความเสื่อมของเส้นประสาทที่เชื่อมระหว่างดวงตากับสมอง สาเหตุหลักเกิดจากความดันสูง การะบายน้ำของลูกตามีปัญหาเสื่อมสภาพ ควรหลี่ยกเลี่ยงกาแฟ เพราะจะทำให้ความดันสูง อาจเกิดภาวะการมองเห็น ถึงขั้นสูญเสียการมองเห็นได้เลย

โรคกระดูกพรุน

โรคกระดูกพรุน

โรคที่ไม่ควรดื่มกาแฟ คือโรคกระดูกพรุน เมื่อปัสสาวะจะทำให้แคลเซียมถูกขับออกทางปัสสาวะด้วย และเมื่อดื่มกาแฟที่มีฤทธิ์ขับปัสสาวะอยู่แล้ว ผู้ป่วยอาจจะเกิดภาวะร่างกายสูญเสียน้ำ พร้อมกับสูญเสียแคลเลเซียมในร่างกายอีกด้วย

โรคกระเพาะอาหาร

โรคกระเพาะอาหาร

โรคที่ไม่ควรดื่มกาแฟ คือโรคกระเพาะอาหาร เป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบของกระเพาะอาหารหรือเกิดการระคายเคือง ถ้าปล่อยเป็นเวลานานอาจเกิดการอักเสบเรื้อรังเสี่ยงในการเป็นโรตมะเร็งกระเพาะอาหารได้ และเมื่อผู้ป่วยดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีน จะทำให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารหลั่งเพิ่มมากขึ้นจึงทำให้กระตุ้นการเกิดโรคกระเพาะอาหารขึ้นตามไปด้วย

โรคเบาหวาน

โรคเบาหวาน

โรคที่ไม่ควรดื่มกาแฟ คือโรคเบาหวาน เป็นโรคที่ร่างกายมีน้ำตาลในเส้นเลือดสูง ซึ่งมีความผิดปกติทางร่างกายที่ส่งผลให้กระบวนการดูดซึมน้ำตาลในเลือดมีปัญหา นั้นคือร่างกายขาดฮอโมนอินซูลิน และเมื่อดื่มกาแฟที่ไม่ใช่กาแฟดำ มีส่วนผสมของน้ำตาล ครีม อาจทำให้น้ำตาลในเส้นเลือดสูงโดยไม่รู้ตัว เพราะส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงระดับน้ำตาลในเส้นเลือดได้ หากปล่อยไว้นานจะทำให้อวัยวะเสื่อม หรืออาการแซรกซ้อนได้

บทความที่น่าสนใจ