คาเฟอีน

คาเฟอีนมีทั้งประโยชน์และก็ผลเสีย ขึ้นอยู่กับเราว่าจะใช้ประโยชน์ยังไง

Caffeine has both advantages and disadvantages. It depends on us how to use it.

คาเฟอีน

คาเฟอีน คืออะไร

คาเฟอีน คือสารอัลคาลอยด์ ที่พบในธรรมชาติ มาจาก ใชชา โคล่า โกโก้ โดยคาเฟอีนจะมีผลกับ อะดีโนซีน สารสื่อประสาทที่ทำให้เราง่วง แต่เมื่อร่างกายได้รับ คาเฟอีน ตัวคาเฟอีนจะไปยับยั้ง อะดีโนซีน ทำให้เรานั้นไม่ง่วง เมื่อดื่มกาแฟเข้าไปจึงทำให้ไม่ง่วงนั้นเอง นอกจากนี้คาเฟอีนยังไปกระตุ้นสารสื่อประสารที่ทำให้ร่างกายสดชื่อมีความสุข กระปรี้กระเปร่ามากขึ้น ยังสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคซึมเศร้าได้ด้วย แต่ควรหลีกเหลี่ยงสำหรับผู้ป่าวยที่ใช้ยา หรือเป็นโรคอยู่แล้ว เพราะคาเฟอีนมีผลต่อการหลั่งฮอโมนอะดรีนาลีน ที่ทำให้เราตื่นเด้น ใจสั่น กระวนกระวาย ซึ่งมีงานวิจัยที่กล่าวว่าคาเฟอีนที่เข้าร่างกาย ถ้าอยู่ปริมาณที่พอเหมาะจะเกิดประโยชน์ แต่ถ้ามากเกินไปก็จะเป็นผลเสียต่อร่างกาย เช่น การรับคาเฟอีนประมาณ 200 มิลลิกรัม ต่อวัน จะทำให้ร่างกายเพิ่มสมรรถภาพในการออกกำลังกาย โดยเฉพาะ กีฬาที่ต้องใช้ความแข็งเกร่ง ความทนทานทั้งภายนอก และภายใน 

อาหารและเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน

คาเฟอีนมีในอาหารและเครื่องดื่มหลายชนิด ทั้ง กาแฟ ชา โคล่า ช็อคโกแลต เครื่องชูกำลัง เป็นอาหารและเครื่องดื่มที่เรากินกันอยู่ทุกวันเป็นประจำ นอกจากนี้ที่เรารู้จักกันกาแฟที่ระบุว่าไม่มีคาเฟอีนอยู่ที่จริงแล้วยังมีอยู่ แต่มีในปริมาณที่น้อย

เครื่องดื่ม

กาแฟ 100 มิลลิกรัม

ชา 100 มิลลิกรัม

ช็อคโกแลตร้อน 100 มิลลิกรัม

ปริมาณคาเฟอีน

40 มิลลิกรัม

20 มิลลิกรัม

3 มิลลิกรัม

คาเฟอีนสังเคราะห์

คาเฟอีนสังเคราะห์ ถูกพัฒนาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ช่วงนั้นเกิดปัญหาที่ขาดแคลนมาก และต้นทุนที่มาจากคาเฟอีนธรรมชาติจากผลไม้สูง จึงได้สังเคราะห์คาเฟอีนขึ้น ที่พยายามให้คล้ายกับคาเฟอีนธรรมชาติมากที่สุด ซึ่งในปัจจุบันได้สังเคราะห์คาเฟอีนมาจากน้ำอัดลม เครื่องชูกำลังต่างๆ และพบว่าคาเฟอีนสังเคราะห์ออกฤทธิ์ได้เท่ากับคาเฟอีนธรรมชาติเลย และคาเฟอีนสังเคราะห์ดูดซึมเข้ากระแสเลือดได้เร็วกว่า จึงทำให้คาเฟอีนสังเคราะห์ เเรง และทำงานได้ดีว่า คาเฟอีนแบบธรรมชาติ

ปริมาณที่เหมาะสมต่อวัน

รางกายของคนเราไม่ควรดื่มคาเฟอีนเกิน 400 มิลลิกรัมต่อวัน หรือประมาณกาแฟ 4 ถ้วย เครื่องดื่มชูกำลัง 2 ขวด หรือโคล่าประมาณ 10 กระป๋อง นอกจากปริมาณคาเฟอีนแล้วยังต้องระมัดระวังโรคที่ตามมาด้วย เพราะเครื่องดื่มที่เรากินเข้าไปอาจมีน้ำตาล ครีมเทียม ที่จะทำให้เกิดโรคเบาหวาน ความดันสูงหรือโรคต่างๆที่ตามมาได้ เพราะฉะนั้นเราต้องควบคุมอาหารการกินดีๆ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ดีที่สุด

ประโยชน์ที่ได้จากคาเฟอีน

ลดความเสี่ยงของมะเร็งบางชนิด

คาเฟอีนต้านอนุมูลอิสระที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอาจจะช่วยให้ป้องกันมะเร็งได้ โดยมีงานวิจัยว่า เมื่อดื่มกาแฟวันละ 3-4 แก้ว อาจช่วยลดความเสี่ยงได้ถึง 18 % คาเฟอีนที่อาจลดความเสี่ยงมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งผิวหนัง เป็นต้น

ลดความเสี่ยงโรคตับ

เมื่อเราดื่มกาแฟวันละ 4 แก้วต่อวัน อาจเกิดความเสี่ยงการเกิดโรคตับแข็งลดลงมากถึง 80 % และบางงานวิจัยยังบอกว่าสามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งตับได้ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์

ลดความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์

คาเฟอีนช่วยให้ระบบประสาทดีขึ้น และช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์ มีสาเหตุมาจากความผิดปกติในการทำงานของสมอง

ป้องกันโรคเบาหวาน

ถ้าเราดื่มกาแฟดำ จะช่วยป้องกันโรคเบาหวานได้ อาหารหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนแต่ไม่มีน้ำตาลก็เช่นกัน เมื่อเราดื่มกาแฟที่มีน้ำตาลโอกาศเกิดโรคเบาหวานเพิ่มมากขึ้น 7 % คาเฟอีนที่ไม่มีน้ำตาลสามารถป้องกันโรคเบาหวานได้ แต่ไม่สามารถรักษาโรคเบาหวานได้นะ

ลดความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี

คาเฟอีน อาจจะมีส่วนช่วยกระตุ้นการหดตัวของถุงน้ำดีและไหลเวียนของน้ำดี ซึ่งอาจช่วยลดการเกิดนิ่วได้ แต่ต้องรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะต่อวัน ถ้ารับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากกว่า 400 มิลลิกรัมต่อวัน จะทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายได้

ลดความเสี่ยงโรคซึ่มเศร้า

คาเฟอีนช่วยลดความเสี่ยงโรคซึมเศร้า และลดความเสี่ยงต่อการคิดฟรุ้งซ้าน โดยมีผลวิจัยพบว่า การดื่เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน อาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคซึ่มเศร้าได้ แต่ถ้าเป็นสำหรับเด็ก คาเฟอีนอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคซึมเศร้าได้

ช่วยระบบทางเดินหลอดลมดีขึ้น

คาเฟอีอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบหายใจ เพราะจะเข้าไปขยายหลอดลม จะดีมากสำหรับผู้ที่เป็นโรคหอบหือแต่จะช่วยในระยะสั้นๆ ประมาณ 3-4 ชั่วโมง ส่วนใหญ่แพทย์ก็ยังใช้แต่ใช้กับเด็กทารกที่คลอดก่อนกำหนด เพราะจะมีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจครั้งแรก

ช่วยให้การทำงานของสมองดีขึ้น

คาเฟอีนจะช่วยเพิ่มปริมาณของสารสื่อประสาทอย่าง โดปามึนและนอร์อิพิเนฟริน จนทำให้เซลล์ประสาทภายในสมองเพิ่มมากขึ้น คาเฟอีนอาจทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของสมองดีขึ้น เชน อารมณ์ ความจำ ระดับพลังงาน และกระบวนการคิด เป็นต้น

ผลข้างเคียงจากคาเฟอีน

นอนไม่หลับ

ประโยชน์ของคาเฟอีนคือทำให้เราไม่ง่วง สดชื่นตลอดเวลา แต่เมื่อดื่มมากไปอาจทำให้นอนไม่หลับ ถ้าดื่มหลัง 14.00 จะทำให้นอนหลับยาก หรือต้องใช้เวลา และจะทำให้เรารู้สึกพักผ่อนไม่เพียงพอเมื่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้า

ทำให้ผู้ป่วยอาการแย่ลง

การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน จะทำให้ผู้ป่วยที่ใช้ยาอยู่อาการจะแย่ลงเพราะคาเฟอีนไปไปกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัว หัวใจเต้นเร็ว หลอดลมขยาย จะเป็นผลเสียต่อโรคหัวใจ โรคต้อหิน โรคจิตเภท หรือปัญหาเกี่ยวกับปัสสาวะ เป็นต้น นอกจากนี้ถ้าบริโภคดาเฟอีนกับครีเอทีนจะทำให้ผู้ป่วยโรคพาร์กินสันอาการแย่ลงได้

ระบบย่อยอาหารมีปัญหา

คาเฟอีนจะทำให้กรดในกระเพาะอาหารหลั่งน้ำย่อยในปริมาณที่เพิ่มขึ้น เมื่อเราดื่มกาแฟตอนท้องว่างจะทำให้เกิดิาการแสบท้องได้ มีอาการกรดไหลย้อน จนไปถึงถ่ายท้องเหลวท้องเสียได้เลย และจะปัสสาวะบ่อยขึ้นเนื่องจากคาเฟอีนจะขับปัสสาวะออกมา

ความดันโลหิตสูง

คาเฟอีนทำให้หัวใจเต้นเร็วอาจทำให้ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้น เกิดผลกระทบต่อระบบประสาท เมื่อหัวใจเต้นเร็วอาจเกิดความผิดปกติต่อการเต้นของหัวใจได้ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสหมองได้เช่นกัน

กระดูกเสียหาย

เมื่อดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนจำนวนมากต่อร่างกาย คาเฟอีนจะทำให้เราปัสสาวะบ่อยขึ้น และแคลเซียมจะถูกขับมาทางปัสสาวะ อาจทำให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมน้อยลงจนเกิดภาวะกระดูกพรุน ถึงจะพบอาการเช่นนี้น้อย แต่การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนในปริมาณมากอาจเกิดภาวะกล้ามเนื้อสลายได้

บทความที่น่าสนใจ